8 เทคนิคเพิ่มรายได้สำหรับมนุษย์เงินเดือน ง่ายๆ แต่ได้ผลจริง

ขึ้นชื่อว่า “มนุษย์เงินเดือน” รายได้มีแค่เดือนละครั้ง แต่รายจ่ายเรามีทุกวัน คำว่าชักหน้าไม่ถึงหลังเอามาใช้กับมนุษย์เงินเดือนได้เลย ประมาณ 15 วันแรกของเดือนก็ยังพอมีเงินให้ใช้ แต่หลังครึ่งเดือนผ่านไป เริ่มเอามือก่ายหน้าผากรอเวลาเมื่อไหร่จะสิ้นเดือน บางคนหนักกว่าเงินเดือนออกปุ๊บ ไม่เกิน 7 วันหมดปั๊บ วนเวียนกันอยู่อย่างนี้จนน่าสงสัยว่าจะมีวิธีอะไรที่เพิ่มรายได้ให้กับมนุษย์เงินเดือนได้บ้าง

www.ThaiFranchiseCenter.com ไปเจอกระทู้หนึ่งในพันทิป ที่เขาใช้หัวข้อว่า “มาแชร์เทคนิคเพิ่มรายได้สำหรับมนุษย์เงินเดือน ง่ายๆ แต่ได้ผลจริง” พอได้กดเข้าไปอ่านก็ยิ่งเข้าใจและรู้สึกว่าสิ่งที่ผู้เขียนในกระทู้นี้ได้นำเสนอคือสิ่งที่เป็นจริง สิ่งที่เป็นไปได้ และเป็นวิธีที่มนุษย์เงินเดือนยุคนี้น่าจะลองทำตามได้ไม่ยากในกระทู้เขาได้กล่าวว่า เทคนิคการเพิ่มรายได้ที่พูดถึงไม่ได้หมายถึงการเพิ่มจำนวนเงินแต่มันคือการลดรายจ่ายด้วยผลิตภัณฑ์ทางการเงินทั้งหลายในท้องตลาด, ลดรายจ่ายด้วย Application ที่เป็น Start Up ที่น่าสนใจ, หรือลดรายจ่ายด้วย Line และการสมัคร Member ต่างๆ ซึ่งสิ่งที่เจ้าของกระทู้เขาได้นำมาเสนอคือวิธีที่เขาใช้อยู่ประจำและทดลองทำแล้วว่าได้ผลจริงจึงเอามาบอกต่อใครจะลองทำตามก็ได้ไม่สงวนสิทธิ์

ปล.เราได้นำข้อมูลจากกระทู้นี้มาและทำการเรียบเรียงใหม่แต่ยังคงใจความสำคัญเอาไว้ เพื่อความกระชับของเนื้อหาที่มากขึ้น

8 เทคนิคเพิ่มรายได้สำหรับมนุษย์เงินเดือน ง่ายๆ แต่ได้ผลจริง

1. ค่าใช้จ่ายพื้นฐาน ที่เรียกเก็บรายเดือนเป็นประจำทุกเดือน ตัดจ่ายผ่านบัตรเครดิตให้หมด

ภาพจาก bit.ly/2mu72lB

เริ่มจากค่าน้ำ ค่าไฟที่เรียกเก็บมาทุกเดือน อย่าพลาดไปจ่ายที่ Counter Service ที่ 7-11 หรือหักจ่ายผ่านบัญชีออมทรัพย์ธรรมดาเพราะเราจะไม่ได้ประโยชน์อะไรเลย แนะนำให้ตัดจ่ายผ่านบัตรเครดิตประเภทได้เงินคืนตลอด เพราะนอกจากจะชำระเงินได้ปกติเหมือนกันแล้ว ยังได้เงินคืน 1 % ทุกเดือนจากค่าน้ำค่าไฟ แถมยังเป็นการสะสมยอดใช้จ่ายขั้นต่ำต่อปี เพื่อให้เวฟค่าธรรมเนียมได้อัตโนมัติด้วย

นอกเหนือจากค่าน้ำ ค่าไฟแล้ว พวกค่าอินเตอร์เน็ท ค่าโทรศัพท์มือถือรายเดือน ก็พยายามผูกจ่ายประจำกับบัตรเครดิต ให้เรียกเก็บอัตโนมัติให้หมด เพราะจะได้เงินคืนอีก 3 % จากที่เรียกเก็บ

2. ชำระค่าบัตรเครดิต ผ่าน Rabbit Line Pay

ภาพจาก bit.ly/2kZJ699

เป็นผลสืบเนื่องจากข้อแรก เพราะเรามีบัตรเครดิตที่ใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน ก็ต้องมีการเรียกเก็บสิ่งที่เรารูดไปในแต่ละเดือนตามมาอยู่แล้ว บางคนก็จ่ายคืนผ่าน Application ของธนาคารไปเลย คือ Log In เข้า e- Banking แล้วก็จ่ายเงิน ซึ่งก็ทำได้ เพราะไม่มีค่าธรรมเนียม

แต่จะดียิ่งกว่าถ้าเลือกตัดจ่ายผ่าน Rabbit Line Pay เพราะนอกจากจะชำระได้โดยไม่มีค่าธรรมเนียมแทบจะทุกธนาคารแล้ว เรายังได้รับคะแนนสะสม 5 คะแนน ทุกการชำระด้วย ซึ่งสุดท้ายเมื่อมีคะแนนเยอะๆ สามารถไปแลกเงินคืน รีเทิร์นกลับเข้ากระเป๋าตังค์เราได้

3. เดินทางด้วยรถไฟฟ้าอย่าให้พลาด บัตร Citi Cash Back

ภาพจาก facebook.com/worthymoney

หลายคนเลือกเดินทางด้วยรถไฟฟ้าหรือรถไฟใต้ดิน เจ้าของกระทู้นี้ก็กล่าวว่าตัวเขาเองก็เลือกเดินทางด้วย MRT และมีค่ารถไฟฟ้าต่อเดือนประมาณ 1,000 บาท เจ้าของกระทู้จึงเลือกใช้ Citi Cash Back จะช่วยประหยัดค่ารถไฟฟ้าไป 110 บาทต่อเดือน เพราะถ้าใช้บัตรนี้ ทั้ง BTS MRT ได้เงินคืน 11 % ทั้งหมด เพราะฉะนั้นอย่าได้ใช้เงินสดในการเติมเงิน หรือเติมเที่ยวที่รถไฟฟ้าเด็ดขาด

แถมบัตรยังมี Combo ของ MRT ที่ใช้คู่กับ AIS ด้วย เพราะถ้าเติมเงินMRT วันศุกร์ จะได้ส่วนลด 30 บาท เพราะฉะนั้นให้เลือกเติมเงิน MRT ในวันศุกร์ โดยใช้สิทธิ AIS ลดไป 30 บาท และใช้ Citi Cash Back ได้เงินคืนอีก 11 % ครับ รวมๆ แล้วเติมเงิน 1,000 บาท จ่ายจริง 860 บาท

ป.ล. บัตร Citi Cash Back เอาไปซื้อกาแฟ Amazon ก็ลด 11 % ด้วยเช่นกัน คือเป็นบัตรที่ควรพกติดกระเป๋ามากๆ เจ้าของกระทู้บอกว่าคืนเงินผู้ใช้ดีนักแล

4. ใช้บริการ Grab, Get, LineMan หรือ Food Panda

ภาพจาก bit.ly/2m2aunm

บริการนี้น่าจะง่าย และเป็นสิ่งที่ทุกคนใช้อยู่บ้างแล้ว แต่ขอเสริมว่าถ้าใช้บริการร้านค้าพวกนี้ อย่าพลาดพวก Coupon หรือ Promotion แต่ละวัน เพราะแจกกันเยอะแยะมาก พยายามสลับ App เปรียบเทียบราคาไปเรื่อยๆ App ไหนลดสูงกว่า ก็สั่งอาหารจาก App นั้น บางครั้งเจ้าของกระทู้ได้กินอาหารร้านดีๆ ในราคาที่ถูกกว่าไปทานที่ร้าน

30 % เลยทีเดียว

นอกเหนือจากพวก Code ส่วนลดแล้ว ยังแนะนำว่าให้พยายามผูกบัญชี e-Wallet ของ App พวกนี้ไว้ เจ้าของกระทู้ยกตัวอย่างว่า เดือนที่แล้วเขาผูกบัญชี K -Bank กับ Grab Wallet ได้เงินฟรีๆ กินเปล่ามา 200 บาท พอผูกบัญชีแล้วใช้ Wallet จนหมด ก็กลับไปจ่ายด้วยบัตรเครดิตเอา points ตามเดิม เพียงแต่แนะนำว่าถ้ามีของรางวัลสำหรับการแรกเข้า ก็ให้ผูกๆ ไปเถอะ พวก personal data เราจะเอาอะไรก็เอาไปเลย ยังไงก็คุ้ม

5. อย่าพลาดสมัครสมาชิกห้างสรรพสินค้า ร้านสะดวกซื้อ และ Add Line Official Account เอาไว้ด้วย

ภาพจาก bit.ly/2kuCM9w

หลายคนเลือกจะละเลยตรงนี้ แต่บอกเลยว่าพลาดมาก เพราะทุกวันนี้ มี Deal ส่วนลดดีๆ ส่งมาเป็น e- Coupon เยอะแยะมากมาย เจ้าของกระทู้เลือก Add Line ของ Tops, Big C, Tesco Lotus, Mcdonald, SB Design Square, A&W, Coke และอื่นๆ อีกมากมาย ที่ทยอยส่ง Coupon ส่วนลดในการซื้อสินค้า หรือสินค้าโปรโมชั่นประจำสัปดาห์มาให้ อะไรจะซื้ออยู่แล้วก็จะได้รู้ว่าควรซื้อตอนไหน อะไรไม่ซื้อก็แค่ปล่อยผ่าน ถ้ารำคาญก็แค่ปิด Notification ง่ายๆ แค่นี้เอง

นอกเหนือจาก Line Account ต่างๆ แล้ว อีกฟังก์ชั่นที่เจ้าของกระทู้ชอบมาก คือ Line Gift Shop เพราะชอบมีร้านอาหารเอาเมนูใหม่ๆ ราคาคุ้มๆ มาขายเป็นคูปองที่นี่ เจ้าของกระทู้เคยได้ทาน Bonchon 6 ชิ้น + Bonchon Fried + น้ำ ในราคาเพียง 199 บาท จากใน Line Gift Shop นี้ เรียกว่าราคาลงไปเกือบ 50 % ของราคาปกติ หรือขนมอร่อยๆ อย่าง Hokkaido Baked Cheese Tart ก็เคยขายในนี้เพียงราคาชิ้นละ 29 บาท จากราคาปกติ 65 บาท เรียกง่ายๆ ว่านี่คือแหล่งขุมทรัพย์ที่ต้องคอยติดตามการอัพเดตให้ดี

6. ขอย้ายค่ายเมื่ออายุสมาชิกครบ 1 ปี

ภาพจาก bit.ly/2kzD2Em

เมื่อเรามีอายุสมาชิก ของแพคเกจรายเดือนค่ายโทรศัพท์มือถือ หรืออินเตอร์เน็ทบ้าน หรือเคเบิ้ลทีวี ครบ 1 ปีเมื่อไหร่ เราจะกลายเป็นสมาชิกทรงคุณค่าที่สามารถขอแพคเกจ 50 % ของราคาค่าแพคเกจต่อเดือนที่เราใช้อยู่ได้ เพราะฉะนั้น ให้เริ่มประหยัดค่าใช้จ่ายด้วยการโทรไป Call Center และขอส่วนลดกันดื้อๆ ได้เลย แต่ต้องแลกกับการผูกสัญญาเป็นสมาชิกกับค่ายเดิมต่ออีก 1 ปี ทุกวันนี้เจ้าของกระทู้จ่ายค่าแพคเกจทุกอย่าง 50 % ทั้งหมด ในกรณีที่เครือข่ายไหนไม่ยอม แน่นอนแนะนำว่าย้ายค่ายได้เลย ยังไงก็การันตี 50 % ทั้งหมด

ที่สำคัญกว่านั้นคือ อย่าลืมศึกษาพวกของรางวัลประจำเดือนของแต่ละค่ายนะ ทั้ง AIS Serenade, DTAC Rewards, True Red & Black Card ทั้งหลาย ลองเข้า App ไปอ่านดู พวกตั๋วหนัง, ส่วนลด, ของแจกฟรี อย่าลืมเก็บให้หมดบางคนเดินเข้าไปซื้อ Mcdonald โดยที่ไม่รู้ว่าตัวเองสามารถสั่งซื้อชุดสุดคุ้ม ได้ทั้งจาก AIS, DTAC, True ด้วยราคาที่ถูกกว่าปกติ แล้วดันไปจ่ายเงินเต็มๆ เห็นแบบนี้แล้วเสียดายแทน

7. ทดลองนวัตกรรมใหม่ๆ และ Application ใหม่ๆ ในท้องตลาด

ภาพจาก bit.ly/2ksRcqE

ทุกวันนี้การแข่งขันสูง ใครก็อยากมี Start Up Platform ที่มี User เยอะๆ มาใช้บริการ เพราะฉะนั้นช่วงแรกๆ ของการปล่อย Application ใดๆ ออกมา ยังไงก็ต้องลด แลก แจก แถม เพื่อสร้าง Engagement และลูกค้าหน้าใหม่ เอาตัวอย่างง่ายๆ ที่เจ้าของกระทู้เห็นว่าทำได้ง่ายมาก คือ ใช้ App Shop Back ก่อนเข้าไปซื้อของใน Lazada หรือ Shopee จากแต่เดิมที่เราได้ส่วนลดหรือเงินคืนจากบัตรเครดิตอยู่แล้ว ถ้าช็อปผ่านการให้บริการของ App นี้ จะยิ่งได้เงินคืนมากขึ้นกว่าเดิม

หรือล่าสุดมีบัญชีเงินฝากใหม่ที่ชื่อ Tomorrow ของ UOB ออกมา ซึ่งลดแลกแจกแถมแบบคุ้มมาก เจ้าของกระทู้บอกว่าเปิดบัญชีก็ได้เงินช็อปปิ้งที่ Tops 200 บาท แถมซื้อชานมไข่มุกของ After You ราคา 1 บาทอีกด้วย

แต่เจ้าของกระทู้ก็ย้ำอีกว่า โปรโมชั่นพวกนี้ต้องหูตาไว อะไรออกมาใหม่ ถ้าอ่านเงื่อนไขแล้วใช่ อย่าปฏิเสธที่จะลอง อย่าปฏิเสธที่จะรอ เพราะมาก่อนได้ก่อน แรกเข้าแจกแหลก โควต้าเต็มคืออด

8. มี Facebook ทั้งที ต้องตั้ง See First สำหรับ Page ดีๆ ที่ชอบอัพเดตของลดราคา

ภาพจาก bit.ly/2lZYZN7

เจ้าของกระทู้แนะนำว่าพวก Page อย่าง อาแปะ, ปันโปร หรือเพจอัพเดตสินค้าลดราคาต่างๆ กดติดตามไว้เลย อะไรที่เรามีแพลนจะซื้ออยู่แล้ว จะไปอยู่แล้ว ตามหาราคาคุ้มค่าที่สุดได้จาก Page พวกนี้แหละ ตามไว้ไม่มีอะไรเสียหาย ถึงเวลาโพสต์ Content มาแล้วเราเป็น Target พอดีก็เข้าทางเลย ประหยัดได้ ง่ายขึ้นเยอะ

ทั้ง 8 วิธีที่กล่าวมานี้คือวิธีลดค่าใช้จ่ายของมนุษย์เงินเดือนเมื่อรายจ่ายลด ก็เท่ากับว่าเรามีเงินเหลือในกระเป๋ามากขึ้น อาจไม่ใช่วิธีที่จะทำให้มนุษย์เงินเดือนรวยขึ้นทันตาเห็น แต่อย่างน้อยก็เป็นวิธีที่ทำให้มนุษย์เงินเดือนสามารถใช้ชีวิตได้คล่องตัวมากขึ้น สำคัญกว่าคือการที่มนุษย์เงินเดือนเองก็ควรหาอาชีพเสริม หรืออาชีพสำรองทำคู่กับงานประจำ ทั้งเพื่อเพิ่มรายได้ให้ตัวเองจริงๆ และเป็นหลักประกันในอนาคตว่าหากไม่มีงานประจำทำก็ยังมีรายได้เลี้ยงดูตัวเองและครอบครัวต่อไป

ผู้อ่านสามารถติดตามข่าวสาร ทุกความเคลื่อนไหวธุรกิจแฟรนไชส์และ SMEs รวดเร็ว รอบด้าน

ที่มา: thaifranchise

https://bit.ly/2kFxI2o

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *